รัฐเดินหน้าช่วยภาคขนส่ง ลดต้นทุน–ตรึงค่าโดยสาร ตลอดเดือนเมษายน!
“มาตรการช่วยเหลือภาคการขนส่งภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน” มีผลวันที่ 1–30 เมษายน เพื่อช่วยผู้ประกอบการขนส่ง ลดภาระต้นทุนน้ำมัน และช่วยประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าและค่าเดินทางที่สูงขึ้น
โดยอ้างอิงข้อมูลจากระบบ GPS และระบบติดตามการทำงานจริง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ใช้งานจริงอย่างตรงจุด
ระบบจ่ายเงิน “จ่ายตามวิ่งจริง” ไม่ใช่เหมาจ่าย
🚚 สำหรับรถบรรทุกไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง 70)
เป้าหมายคือ “ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค” เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น
📌 มีรถเข้าร่วมกว่า 287,175 คัน
📌 วิ่งรวมเฉลี่ยมากกว่า 31 ล้านกิโลเมตรต่อวัน
📌 อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 4 กม./ลิตร
📌 ใช้น้ำมันรวมประมาณ 7.8 ล้านลิตรต่อวัน
💸 รัฐสนับสนุนค่าน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร
คิดง่ายๆ หากรถใช้น้ำมันวันละ 100 ลิตร จะช่วยลดต้นทุนได้ถึง 600 บาทต่อวัน
ใครได้สิทธิ์บ้าง? แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก
กลุ่มที่ 1: รถบรรทุกขนส่งสินค้า (ป้ายเหลือง 70) รัฐบาลมุ่งลดต้นทุนราคาสินค้าอุปโภคบริโภค เพื่อป้องกันการปรับขึ้นราคาสินค้ากระทบประชาชน
-
สิทธิ์ที่ได้รับ: สนับสนุนค่าใช้น้ำมัน 6 บาทต่อลิตร
-
เงื่อนไข: คำนวณตามการวิ่งจริงผ่านระบบ GPS ของกรมการขนส่งทางบก
กลุ่มที่ 2: รถโดยสารสาธารณะและไรเดอร์ เน้นตรึงราคาค่าโดยสารและลดภาระการเดินทางช่วงวันหยุดยาว
-
รถโดยสาร (หมวด 2 และ 3): รับส่วนลดน้ำมัน 4 บาทต่อลิตร
-
รถตู้โดยสาร (หมวด 4): รับเงินสนับสนุน 300 บาท/คัน/วัน
-
กลุ่ม Rider (ไรเดอร์): รับเงินสนับสนุน 300 บาท/คัน/เดือน
ระบบจ่ายเงิน “จ่ายตามวิ่งจริง” ไม่ใช่เหมาจ่าย
กระทรวงคมนาคมเน้นความโปร่งใส โดยจะตรวจสอบผ่านระบบ GPS และ Tracking ของกรมการขนส่งทางบก (ขบ.)
-
รถที่มี GPS: ระบบจะแท็กข้อมูลระยะทางและความสิ้นเปลืองโดยอัตโนมัติ
-
รถที่ไม่มี GPS: จะมีการนำระบบ QR Code มาติดที่รถเพื่อบันทึกข้อมูลการให้บริการและค่าใช้จ่ายจริง
