บทความ GPS

กล้องติดรถที่โทรเข้าไปคุยได้ มีจริงไหม? เทคโนโลยีใหม่ที่เจ้าของธุรกิจต้องรู้

โดย |2026-04-30T13:36:10+07:00เมษายน 30th, 2026|บทความ GPS|

เคยไหม… อยากถามคนขับ “ตอนนั้นเลย” ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทำได้แค่โทรศัพท์…ที่บางครั้งก็ไม่รับ   ❌ ปัญหาของระบบเดิม GPS รู้แค่ตำแหน่ง กล้องทั่วไป “ดูได้ แต่พูดไม่ได้” เกิดเหตุ = รู้ทีหลัง กล้อง Online รุ่น JC400 / JC261   จุดเด่น 🎥 Dual Lens → เห็นครบทั้งถนนหน้ารถ และพฤติกรรมคนขับในห้องโดยสาร (ป้องกันการหลับใน/เล่นมือถือ) 📡 Real-time Live Video → ดูภาพสดได้ทันที 📞 Two-way Audio → ฟีเจอร์เด็ด! กดโทรเข้าตัวกล้อง เพื่อพูดคุยกับคนขับได้ทันทีแบบเรียลไทม์ 📞   ตรวจสอบพฤติกรรมคนขับ ป้องกันการทุจริต ลดอุบัติเหตุ ควบคุม Fleet แบบ Real-time “ไม่ใช่แค่รู้ว่ารถอยู่ไหน แต่รู้ว่า

รู้ก่อนขับ! ประเภทของใบขับขี่รถบรรทุกในประเทศไทย

โดย |2026-04-28T14:46:34+07:00เมษายน 28th, 2026|บทความ GPS|

รู้ก่อนขับ! ประเภทของใบขับขี่รถบรรทุกในประเทศไทย สำหรับผู้ที่ทำงานด้านขนส่ง หรือกำลังสนใจเข้าสู่อาชีพคนขับรถบรรทุก สิ่งสำคัญอันดับแรกที่ต้องรู้คือ “ประเภทของใบขับขี่” เพราะรถแต่ละชนิดต้องใช้ใบขับขี่ที่แตกต่างกัน เพื่อความปลอดภัยและถูกต้องตามกฎหมาย  ประเภทของใบขับขี่รถบรรทุก (แบ่งเป็น 4 ประเภทหลัก) 1.ใบขับขี่ประเภทที่ 1 (บ.1 / ท.1) สำหรับรถยนต์ทั่วไป ใช้กับ รถยนต์ส่วนบุคคล รถกระบะ รถตู้ รถแท็กซี่ 📌 แยกตามการใช้งาน ป้ายขาว (ส่วนบุคคล)  ใช้ บ.1 ป้ายเหลือง (รับจ้าง)  ใช้ ท.1 ✅รองรับ: รถบรรทุก 4 ล้อ (ไม่ติดเวลา) 2.ใบขับขี่ประเภทที่ 2 (บ.2 / ท.2) สำหรับรถบรรทุกขนาดกลาง – ใหญ่  ใช้กับ: รถบรรทุก 6 ล้อ รถบรรทุก 10 ล้อ รถบรรทุก 12

ฟีเจอร์การบำรุงรักษาใน FTS Console ติดจีพีเอสแล้วแต่อาจจะไม่เคยใช้?

โดย |2026-04-28T15:30:31+07:00เมษายน 27th, 2026|บทความ GPS|

  FTS MAINTENANCE: ระบบบริหารจัดการงานดูแลบำรุงรักษายานพาหนะ ส่วนหนึ่งของ FTS CONSOLE จัดการรถทุกคันได้ในหน้าจอเดียว วางแผนล่วงหน้า ติดตามค่าใช้จ่ายแบบเรียลไทม์ ลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพครบ จบ ในระบบเดียว   ฟีเจอร์เด่นของระบบ FTS MAINTENANCE 1.ข้อกำหนดในการวางแผนบำรุงรักษา เริ่มต้นต้องมีการกำหนดมิเตอร์ระยะทาง (กม.) ของยานพาหนะ เพื่อทำการคำนวณให้แม่นยำ 2.วางแผนการบำรุงรักษา ตั้งค่ารายละเอียดการแจ้งเตือนตามประเภทที่กำหนด เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง, เปลี่ยนยาง, ต่อภาษี พรบ. เป็นต้น โดยมีเงื่อนไขการแจ้งเตือน 4 รายการ คือ ระยะทาง (กม.), ระยะเวลา (เดือน), ชั่วโมงการทำงาน (ชั่วโมง), และวันที่กำหนดแจ้งเตือน สามารถระบุค่าใช้จ่าย และแนบรูปเอกสารได้ 3.ประวัติการเติมเชื้อเพลิง สามารถกรอกเก็บข้อมูลตามประเภทการใช้เชื้อเพลิง จำนวนลิตร ค่าใช้จ่ายแต่ละครั้ง และแนบรูปเอกสารใบเสร็จได้ 4.วางแผนการตรวจสอบสภาพยานพาหนะ ตั้งค่าตรวจสอบความสมบูรณ์ของยานพาหนะให้พร้อมใช้งาน เช่น ไฟเลี้ยว, กระจก เป็นต้น

เจาะลึกความลับ! ทำไมการติด GPS ถึงต้องมาพร้อม “การ Calibrate ถังน้ำมัน” เพื่อความแม่นยำสูงสุด

โดย |2026-04-23T10:59:23+07:00เมษายน 23rd, 2026|บทความ GPS|

                      ในยุคที่ราคาน้ำมันมีความผันผวนและเป็นต้นทุนหลักกว่า 30-40% ของธุรกิจขนส่ง การมีระบบ GPS Tracking เพื่อดูตำแหน่งรถอย่างเดียวอาจไม่เพียงพออีกต่อไป เจ้าของธุรกิจหลายท่านจึงเริ่มมองหาโซลูชัน “การวัดระดับน้ำมันในถัง” แต่คำถามที่ตามมาคือ “ทำไมตัวเลขที่ได้บางครั้งถึงไม่ตรงกับความเป็นจริง?”           คำตอบไม่ได้อยู่ที่ตัวอุปกรณ์เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ขั้นตอนสำคัญที่เรียกว่า “การคาลิเบรท (Calibration)” 1.ทำไมเซนเซอร์น้ำมันต้องทำงานคู่กับ GPS? หากเปรียบเซนเซอร์น้ำมันเป็น "ไม้บรรทัด" ที่คอยวัดระดับของเหลว GPS ก็เปรียบเสมือน "สมองกล" ที่คอยบันทึกและส่งต่อข้อมูล หากขาดส่วนใดส่วนหนึ่งไป ข้อมูลที่ได้จะขาดความสมบูรณ์: รู้ปริมาณ แต่ไม่รู้พิกัด: คุณอาจรู้ว่าน้ำมันหายไป 20 ลิตร แต่ไม่รู้ว่าหายที่ไหน หรือหายตอนรถวิ่งหรือจอด รู้พิกัด แต่ไม่รู้ปริมาณ: คุณรู้ว่ารถจอดที่จุดพักรถ แต่ไม่รู้เลยว่ามีการลักลอบดูดน้ำมันออกหรือไม่ การรวมร่างของทั้งสองเทคโนโลยีจึงช่วยให้คุณเห็น "พฤติกรรมการใช้น้ำมัน" ได้แบบ Real-time ตลอด 24 ชั่วโมง 2."คาลิเบรต" ขั้นตอนที่เปลี่ยน "ตัวเลขหลอกตา" ให้เป็น "ข้อมูลที่ใช้ได้จริง" หลายคนสงสัยว่า แค่ติดตั้งเซนเซอร์น้ำมันก็จบแล้วไม่ใช่หรือ? ความจริงคือ

รัฐเดินหน้าช่วยภาคขนส่ง ลดต้นทุน–ตรึงค่าโดยสาร ตลอดเดือนเมษายน!

โดย |2026-03-31T15:59:24+07:00มีนาคม 31st, 2026|บทความ GPS|

รัฐเดินหน้าช่วยภาคขนส่ง ลดต้นทุน–ตรึงค่าโดยสาร ตลอดเดือนเมษายน! “มาตรการช่วยเหลือภาคการขนส่งภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน” มีผลวันที่ 1–30 เมษายน เพื่อช่วยผู้ประกอบการขนส่ง ลดภาระต้นทุนน้ำมัน และช่วยประชาชนไม่ให้ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าและค่าเดินทางที่สูงขึ้น โดยอ้างอิงข้อมูลจากระบบ GPS และระบบติดตามการทำงานจริง เพื่อให้ความช่วยเหลือเข้าถึงผู้ใช้งานจริงอย่างตรงจุด ระบบจ่ายเงิน "จ่ายตามวิ่งจริง" ไม่ใช่เหมาจ่าย 🚚 สำหรับรถบรรทุกไม่ประจำทาง (ป้ายเหลือง 70) เป้าหมายคือ “ลดต้นทุนการขนส่งสินค้าอุปโภคบริโภค” เพื่อป้องกันไม่ให้ราคาสินค้าปรับตัวสูงขึ้น 📌 มีรถเข้าร่วมกว่า 287,175 คัน 📌 วิ่งรวมเฉลี่ยมากกว่า 31 ล้านกิโลเมตรต่อวัน 📌 อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ย 4 กม./ลิตร 📌 ใช้น้ำมันรวมประมาณ 7.8 ล้านลิตรต่อวัน 💸 รัฐสนับสนุนค่าน้ำมัน 6 บาทต่อลิตร คิดง่ายๆ หากรถใช้น้ำมันวันละ 100 ลิตร จะช่วยลดต้นทุนได้ถึง 600 บาทต่อวัน ใครได้สิทธิ์บ้าง? แบ่งเป็น 2 กลุ่มหลัก

3 เช็กลิสต์อันตราย

โดย |2026-03-30T11:04:52+07:00มีนาคม 30th, 2026|บทความ GPS|

3 เช็กลิสต์อันตราย ที่ทำให้ต้นทุนรถพุ่งแบบไม่รู้ตัว 1.จอดติดเครื่องนานผิดปกติ เสียเงินโดยเปล่าประโยชน์จากการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง เพิ่มมลพิษและสร้างความเสื่อมสภาพให้เครื่องยนต์ เพียง 1 ชม. กินน้ำมันฟรีๆ 1-2 ลิตร วิธีดู พฤติกรรมการใช้ยานพาหนะ ภาพรวมการจอดยานพาหนะ 2.พฤติกรรมการขับรถ เร่งความเร็วหรือเบรกกระทันหันบ่อยครั้ง เพิ่มความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุและความเสียหายของสินค้า กินน้ำมันเพิ่มขึ้นถึง 20% วิธีดู รายงานภาพรวมการขับรถ   3.วิ่งอ้อมหรือออกนอกเส้นทาง เพิ่มระยะทาง เวลา และค่าใช้จ่ายโดยไม่จำเป็น เพิ่มต้นทุนในการบำรุงรักษารถ เพิ่มระยะทางและต้นทุนขนส่งโดยใช่เหตุ วิธีดู ตรวจสอบเส้นทางการเดินรถย้อนหลัง แจ้งเตือนการออกนอกเส้นทาง

วิธีลดต้นทุนน้ำมันที่ได้ผลจริง

โดย |2026-03-18T16:44:08+07:00มีนาคม 18th, 2026|บทความ GPS|

  วิธีลดต้นทุนน้ำมันสำหรับธุรกิจขนส่ง วิธีลดต้นทุนน้ำมันสำหรับธุรกิจขนส่งในปี 2026 (ลดได้จริง 10–30%) รวม 7 วิธีลดค่าน้ำมันรถบรรทุกสำหรับธุรกิจขนส่ง พร้อมเทคนิคใช้ GPS และ Fuel Sensor เพื่อลดต้นทุนและเพิ่มกำไรอย่างยั่งยืน ในปี 2026 ต้นทุนน้ำมันยังคงผันผวนจากสถานการณ์โลก โดยเฉพาะความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ธุรกิจขนส่งต้องแบกรับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ข่าวดีคือ… ธุรกิจสามารถ “ควบคุมต้นทุน” ได้ หากมีระบบและแนวทางที่ถูกต้อง  วิธีลดต้นทุนน้ำมันที่ได้ผลจริง 1.วางแผนเส้นทาง (Route Optimization)   : ลดระยะทางวิ่งซ้ำซ้อน และหลีกเลี่ยงรถติด 2.ใช้ GPS ติดตามรถแบบ Real-time   : ช่วยควบคุมการใช้งานรถ และลดการใช้งานผิดวัตถุประสงค์ 3.ติดตั้ง Fuel Sensor ตรวจวัดน้ำมัน   : ช่วยให้รู้ว่าน้ำมันถูกใช้จริง หรือ “หายไป” 4.วิเคราะห์พฤติกรรมคนขับ (Driver Behavior)   :

ยกระดับธุรกิจขนส่งสีเขียวด้วยฟีเจอร์ Carbon Footprint

โดย |2026-02-24T13:20:25+07:00กุมภาพันธ์ 19th, 2026|บทความ GPS|

ยกระดับธุรกิจขนส่งสีเขียวด้วยฟีเจอร์ Carbon Footprint ในระบบ GPS Tracking จาก Forth ในยุคที่ประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นวาระสำคัญระดับโลก การลดการปล่อยก๊าซคาร์บอน (Carbon Emission) ไม่ได้เป็นเพียงกระแสชั่วคราว หากแต่เป็น มาตรฐานใหม่ ที่ธุรกิจขนส่งยุคปัจจุบันไม่อาจมองข้ามได้ องค์กรชั้นนำทั่วโลกต่างเร่งปรับตัวเพื่อตอบโจทย์นโยบาย ESG ความต้องการของคู่ค้าระดับสากล และกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดยิ่งขึ้นทุกปี Forth Tracking System ในฐานะผู้ให้บริการระบบ GPS Tracking ชั้นนำ ตระหนักถึงความท้าทายนี้เป็นอย่างดี จึงได้พัฒนา ฟีเจอร์ Carbon Footprint Monitoring ที่ช่วยให้ผู้ประกอบการธุรกิจขนส่งสามารถวัดผล ติดตาม และรายงานข้อมูลการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้อย่างแม่นยำและมีประสิทธิภาพ — ทั้งหมดนี้อยู่ในแพลตฟอร์มเดียว ทำความรู้จักกับฟีเจอร์ Carbon Footprint Monitoring ระบบ GPS Tracking จาก Forth ได้รับการออกแบบให้เป็นมากกว่าเครื่องมือติดตามยานพาหนะ ด้วยการผนวกความสามารถด้านการวิเคราะห์ Carbon Footprint เข้าไว้ในแพลตฟอร์มเดียวกัน โดยครอบคลุมส่วนสำคัญ ดังนี้ รายงานประมาณการการปล่อยคาร์บอนจากการใช้ยานพาหนะ

เปิดค่าปรับ “ขับเร็วเกิน” ปี 2569

โดย |2026-02-10T13:29:32+07:00กุมภาพันธ์ 10th, 2026|บทความ GPS|

  เปิดค่าปรับ “ขับเร็วเกิน” ปี 2569 กฎหมายจราจรเอาจริง ปรับแพงขึ้น ตัดแต้มจริง! ปี 2569 นี้ กฎหมายจราจรไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ อีกต่อไป ใครยังคิดว่า ขับเร็วโดนปรับแค่ 500–1,000 บาท ต้องเปลี่ยนความคิดใหม่ เพราะโทษใหม่ แรงขึ้น ชัดเจนขึ้น และกระทบตรงถึงใบขับขี่ ถ้าไม่อยากเสียเงิน เสียแต้ม หรือโดนพักใบอนุญาต อย่าเลื่อนผ่านโพสต์นี้ ค่าปรับ “แพงขึ้น” กว่าที่เคย กฎหมายใหม่กำหนดโทษ ขับรถเร็วเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด ปรับสูงสุดไม่เกิน 4,000 บาท (จากเดิมสูงสุดเพียง 1,000 บาท) อัตราค่าปรับจริงอาจแตกต่างกันตามดุลยพินิจของพนักงานสอบสวนในแต่ละพื้นที่ แต่เพดานโทษตามกฎหมาย ขยับสูงขึ้นอย่างชัดเจน โดน “ตัดแต้ม” ทันที ทุกครั้งที่คุณโดนใบสั่งขับรถเร็ว ไม่ว่าจะถูกจับซึ่งหน้า หรือชำระค่าปรับภายหลัง ถูกตัดคะแนนความประพฤติ 1 คะแนน จากคะแนนเต็ม 12 คะแนน ⚠️ อย่าชะล่าใจ

GPS Jammer คืออะไร?

โดย |2026-01-15T10:33:02+07:00มกราคม 15th, 2026|บทความ GPS|

  GPS Jammer คืออะไร? GPS Jammer (เครื่องรบกวนสัญญาณจีพีเอส) คืออุปกรณ์ที่ปล่อยคลื่นรบกวน ทำให้เครื่อง GPS ไม่สามารถรับสัญญาณจากดาวเทียมได้ รถจะหายจากระบบทันที ไม่สามารถติดตามตำแหน่งได้ เสี่ยงต่อการถูกโจรกรรม หรือการโกงเส้นทาง วิธีรับมือ GPS Jammer 1.เลือกใช้ GPS ที่มีระบบ Anti-Jammer อุปกรณ์รุ่นใหม่สามารถตรวจจับการรบกวนสัญญาณ ส่งสัญญาณเตือนเข้าสู่ระบบควบคุมทันที 2.ใช้การสื่อสารสำรอง (เครือข่ายมือถือ/IoT) เมื่อสัญญาณดาวเทียมหาย ระบบยังบันทึกตำแหน่งไว้ ส่งข้อมูลอัตโนมัติทันทีที่สัญญาณกลับมา 3.ติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงยาก ลดโอกาสถูกถอดหรือถูกวาง Jammer ใกล้ ๆ 4.ตรวจสอบเส้นทางย้อนหลัง หากมีจุดที่สัญญาณหายบ่อยผิดปกติ อาจเป็นสัญญาณว่ามีการใช้ Jammer  การเลือก GPS คุณภาพสูง + ระบบแจ้งเตือนเรียลไทม์ จะช่วยให้คุณ ไม่ตกเป็นเหยื่อของ GPS Jammer ปรึกษาติดตั้ง GPS Line OA : @forthtrack Tel. 02-415-0808/

Go to Top